
ความชื้นในห้องใต้ดินนั้นไม่เพียงแต่ทำให้รู้สึกอึดอัดเท่านั้น แต่ยังทำให้เฟอร์นิเจอร์มีความร้อนน้อยลง ผนังก็รู้สึกเปียกชื้น และยังทำให้ค่าไฟสูงขึ้นอีกด้วย เพราะห้องนั้นไม่เคยร้อนขึ้นเลย หม้อไอน้ำชนิดนี้จะช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดีขึ้น แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาความชื้นบนพื้นผิวได้ นี่คือเหตุผลที่หม้อไอน้ำอินฟราเรดชนิดควอตซ์จึงมีประโยชน์มาก
สิ่งที่สำคัญคืออะไร? หม้อไอน้ำอินฟราเรดชนิดควอตซ์จะให้ความร้อนแบบแผ่รังสี คือความร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวเครื่องเพื่อทำให้คนและสิ่งของรอบๆ ร้อนขึ้น ไม่ใช่แค่อากาศเท่านั้น ภายในตัวเครื่องมีท่อควอตซ์ที่เป็นตัวกักเก็บความร้อน ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและคงที่
หม้อไอน้ำชนิดนี้มักเป็นหม้อไอน้ำไฟฟ้าที่มีกำลังวัตต์ต่ำ โดยปกติอยู่ที่ 400–800 วัตต์ ดังนั้นจึงสามารถใช้กับปลั๊กไฟธรรมดาได้โดยไม่ทำให้วงจรไฟฟ้าขัดข้อง คุณจะได้รับความร้อนในบริเวณที่ต้องการ และมีเทอร์โมสตัทที่ช่วยรักษาอุณหภูมิให้คงที่ นอกจากนี้ยังมีขนาดกะทัดรัด จึงเหมาะสำหรับการติดตั้งบนผนัง
ทำไมถึงเหมาะสำหรับห้องใต้ดิน? ในห้องใต้ดิน ความสะดวกสบายขึ้นอยู่กับความอบอุ่นและความแห้ง หม้อไอน้ำอินฟราเรดชนิดควอตซ์จะช่วยขจัดความชื้นได้ โดยทำให้พื้นผิวรอบๆ ร้อนขึ้น เมื่อพื้นผิวเหล่านั้นร้อนขึ้น ก็จะลดโอกาสที่จะเกิดความชื้นได้ ทำให้ห้องแห้งขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องดูดความชื้น
เนื่องจากความร้อนเป็นแบบแผ่รังสี คุณจะรู้สึกถึงความอบอุ่นทันทีที่เปิดเครื่อง นั่นหมายความว่าคุณจะไม่ต้องรอให้อากาศร้อนขึ้นก่อน การติดตั้งบนผนังยังช่วยให้มีพื้นที่ว่างมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในห้องที่มีพื้นที่จำกัด
ข้อดีของหม้อไอน้ำอินฟราเรดชนิดควอตซ์ หม้อไอน้ำอินฟราเรดชนิดควอตซ์นั้นใช้งานง่าย แต่การวางตำแหน่งก็มีความสำคัญ ควรติดตั้งเครื่องในระดับความสูงที่เหมาะสม เพื่อให้ความอบอุ่นแผ่ไปทั่วพื้นที่ที่คุณอยู่ และควรหลีกเลี่ยงการวางเครื่องใกล้กับสิ่งของต่างๆ เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ดี
หม้อไอน้ำชนิดนี้ส่วนใหญ่เป็นหม้อไอน้ำไฟฟ้า หากห้องใต้ดินมีความชื้นสูง ควรเลือกเครื่องที่มีการป้องกันที่เหมาะสม และปฏิบัติตามคำแนะนำเกี่ยวกับการวางตำแหน่งในคู่มือการใช้งาน
ความร้อนแบบแผ่รังสีจะดีที่สุดเมื่อถึงคนที่อยู่ในห้อง หากห้องมีลมพัดเข้ามามาก ควรใช้เครื่องที่มีการทำให้อากาศถ่ายเทได้ดี แทนที่จะเพิ่มกำลังวัตต์ของเครื่อง